We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. Read more…
Thursday
26
JUL

พาใจไปน่าน สุขเบิกบานที่ภูลังกา #6,900.-/ท่าน

18:00
00:00
N JOY SMILE
Event organized by N JOY SMILE

Get Directions

Category
#var:page_name# cover

เดินทาง 26-29 กรกฎาคม 2561
ค่าใช้จ่าย 6,900 บาท/ท่าน

อัตราค่าบริการนี้รวม :
1. ค่ารถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ พร้อมน้ำมันและคนขับ
2. ค่าอาหาร 9 มื้อ พร้อมเครื่องดื่มและของว่าง
3. ค่าที่พัก 2 คืน (พักห้องละ 2-3 ท่าน ห้องน้ำในตัว ทีวี แอร์/พัดลม เครื่องทำน้ำอุ่น)
4. ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
5. ค่าบริการนำเที่ยวพร้อมมัคคุเทศก์ตลอดการเดินทาง
6. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินประกัน ท่านละ 1,000,000 บาท / ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงของบริษัทประกันชีวิต

------------------------------------------------------------------
วันแรก กรุงเทพฯ-น่าน
18.30 น. คณะทัวร์พร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย ปั๊ม ปตท. ถ.วิภาวดี ตรงข้าม ม.หอการค้า โดยมีทีมงานให้การต้อนรับและอำนวย
ความสะดวก
19.00 น. นำคณะทัวร์ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ จ.น่าน โดยรถตู้ VIP 9ที่นั่ง พร้อมบริการอาหารว่างบนรถระหว่างเดินทาง

วันที่สอง น่าน-ดอยเสมอดาว-ซิตี้ทัวร์เมืองน่าน-อ.ปัว
เช้ามืด เดินทางถึง อุทยานแห่งชาติศรีน่าน พาท่านไปชมทะเลหมอกเหนือลำน้ำน่านที่ ดอยเสมอดาว จุดชมทะเลหมอกที่งดงาม และกว้างไกลอีกแห่งหนึ่ง สามารถมองเห็นผาชู้ และผาหัวสิงห์ที่งดงาม
สาย บริการอาหารเช้า (1) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารนำคณะทัวร์เดินทาง เข้าสู่ตัวเมืองน่าน เพื่อไปนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดปีเถาะ พระธาตุแช่แห้ง จากนั้นนำชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน ชม งาช้างดำ สัญลักษณ์แห่งเมืองน่าน นำท่านชมจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม ของวิหารจตุรทิศ ภายใน วัดภูมินทร์ Unseen In Thailand และนมัสการพระประธานจตุรทิศเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเดินทาง ไปนมัสการพระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ที่ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง วัดมิ่งเมือง เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน ประวัติของวัดมิ่งเมือง คือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวิหาร ในราวปี 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่านสถาปนาวัด ใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี 2527ได้มีการรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็น แบบล้านนาร่วมสมัยแบบในปัจจุบัน ลักษณะเด่นคือ ลายปูนปั้นที่ผนังด้านนอกของพระอุโบสถ มีความสวยงามวิจิตรบรรจงมาก เป็นฝีมือตระกูลช่างเชียงแสน มีความวิจิตร งดงามมาก ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวเมืองน่าน ฝีมือช่างท้องถิ่นยุคปัจจุบัน และในบริเวณวัดยังเป็นที่ ประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งอยู่ในศาลาจตุรมุข ด้านหน้าพระอุโบสถ เสาหลักเมืองสูงประมาณ 3 เมตร ฐานประดับด้วยไม้แกะลวดลาย ลงรักปิดทอง ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปพรหมพักตร์มีชื่อ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน (2) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารนำคณะเดินทางสู่ อ.ปัว
14.30 น. เดินทางถึง อ.ปัว นำท่านไปชม หมู่บ้านไทลื้อ ที่บ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา ซึ่งอพยพมาจากสิบสองปันนา เลือกซื้อผ้าทอพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง ชมจิตรกรรมไทลื้ออันงดงามภายในวิหาร วัดหนองบัว จากนั้นนำท่านไปจิบเครื่องดื่ม กาแฟ และจิบบรรยากาศสไตล์ไทลื้อพื้นบ้าน ที่ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ของร้านลำดวนผ้าทอ เป็นอีกหนึ่งร้าน เก๋ ไก๋ ติดริมนาข้าวแฝงไปด้วยบรรยากาศแบบไทลื้อดั้งเดิม เมื่อได้เห็นต้องร้องว๊าว!! น่าซื้อเครื่องดื่มซักแก้ว ไปนั่งเล่น นอนเล่น รับลมเย็น มองดูวิวนาข้าวและขุนเขาที่อยู่เบื้องหน้า พร้อมถ่ายภาพเช็คอินเก๋ เก๋ ยังกระท่อมปลายนาในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางไปยัง วัดภูเก็ต เห็นชื่อแล้วอาจจะแปลกใจกันเล็กน้อยว่าชื่อวัด น่าจะอยู่ในจังหวัดภูเก็ต มากกว่าที่จะอยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งตามจริงแล้ววัดภูเก็ต ตั้งชื่อตามหมู่บ้านที่ชื่อว่า หมู่บ้านเก็ต แต่ด้วยวัดตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งทางเหนือ เรียกว่า "ดอย" หรือ "ภู" จึงตั้งชื่อว่า "วัดภูเก็ต" หมายถึง วัดบ้านเก็ตที่อยู่บนภู หรือ ดอย วัดภูเก็ต ถือว่าเป็นวัด ที่มีภูมิทัศน์และ วิวที่สวยงาม โดยจุดเด่นของวัด คือ มีระเบียงชมวิวด้านหลังวัดติดกับทุ่งนาที่กว้างไกลพร้อมด้วยฉากหลัง เป็นภูเขาวนอุทยานดอยภูคา ในยามเช้าวัดภูเก็ตเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง ด้านล่างวัดมีแม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งเป็นน้ำซับซึมมาจากใต้ดินไหล รินรวมกันเป็นลำธารให้ฝูงปลาและสัตว์น้ำอยู่อาศัย ทางวัดได้จัดให้เป็นเขตอภัยทาน นักท่องเที่ยว สามารถให้อาหารจากลานข้างบน ผ่านท่อไหลลงไปให้กับฝูงปลาได้ และสามารถมองเห็นฝูงปลาที่อยู่ด้านล่างได้อย่างชัดเจน มีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ จิตรกรรม ฝาผนังสามมิติ เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา" ที่ศักดิ์สิทธิ์ ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ แสงทองรีสอร์ท หรือเทียบเท่า
เย็น บริการอาหารเย็น (3) ณ ร้านอาหารของรีสอร์ท ท่ามกลางบรรยากาศทุ่งนาเขียวขจี หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สาม ปั่นจักรยานยามเช้า-ภูลังกา
05.30 น. ตื่นรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า เตรียมตัวออกกำลังกาย ปั่นจักรยานชมวิว ดื่มด่ำกับบรรยากาศทุ่งนายามเช้า
06.00 น. เริ่มต้นปั่นจักรยานจากแสงทองรีสอร์ท โดยปั่นผ่านหมู่บ้านชมวิถีชาวบ้านยามเช้า ปั่นไปเรื่อยๆจนถึง สะพานข้ามลำน้ำสบกอน แวะถ่ายรูป เช็คอิน โพสต์ท่าสวยๆ กับสะพาน ก่อนจะออกปั่นต่อไปยัง หมู่บ้านเจดีย์ แวะใส่บาตรทำบุญ อิ่มบุญสุขใจกันแล้ว ปั่นจักรยานกลับที่พัก
07.30 น. บริการอาหารเช้า (4) ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท หลังอาหารเก็บสัมภาระเช็คเอ้าท์ ออกเดินทางสู่ ภูลังกา
11.00 น. เดินทางถึง ภูลังกา นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก ณ ภูลังการีสอร์ท เก็บสัมภาระ อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ภูลังการีสอร์ท ตั้งอยู่ใน อ.ปง จังหวัดพะเยา เป็นรีสอร์ทยอดฮิตท่ามกลางธรรมชาติบนเขาของวนอุทยานภูลังกาห้องพักจะเป็นแบบ เรียบง่าย มีวิวด้านล่างเป็นแอ่งและเป็นเขาหินปูนและต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายสลับกัน ไฮไลต์ของการมาเที่ยวภูลังกา คือ การได้ชม พระอาทิตย์จะขึ้นหน้ารีสอร์ท ส่องแสงลงมายังทะเลหมอกในแอ่งกระทะ ให้บรรยากาศสวยงามเหมือนภาพวาด จุดชมทะเลหมอกอีก หนึ่งจุดของ คือ ลานช่างภาพซึ่งจะอยู่ริมถนนด้านข้างรีสอร์ทก็เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่งดงามไม่แพ้กัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีหนังสือ เดินทาง ของชนเผ่าเมี่ยนที่ยาวที่สุดในโลก ที่เรียกว่า “เกีย เซน ป้อง” ด้วย
12.00 น. บริการอาหารกลางวัน (5) ณ ร้านอาหารของรีสอร์ทที่พัก หลังอาหาร อิสระพักผ่อน ชมวิว ตามอัธยาศัย
***แนะนำ Magic Mountain ร้านกาแฟชื่อดังของภูลังการีสอร์ท ด้วยวิวของตัวร้านที่หันหน้าเข้าหาทะเลหมอกคลอเคล้าภูเขา วิวเดียวกับที่ สามารถมองเห็นได้จากภูลังกา รีสอร์ท ทำให้กลายเป็นร้านกาแฟขวัญใจนักท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงสุดในเวลานี้ ร้านตั้งอยู่ริมถนน ใหญ่เลยรีสอร์ทภูลังการมาประมาณ 50 เมตร หากออกมาจากภูลังการีสอร์ทให้เลี้ยวมาทางซ้ายแล้วเดินเรียบถนนมานิดนึง เปิดให้บริการ วันพฤหัสบดี-อังคาร หยุดวันพุธ ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. แต่สามารถเข้ามารอชมทะเลหมอก และถ่ายรูปนอก ช่วงเวลาได้
เย็น รับประทานอาหารค่ำ (6) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

วันที่สี่ ภูลังกา-เชียงคำ-พะเยา-แพร่-กรุงเทพฯ
เช้า ตื่นรับอากาศบริสุทธ์ยามเข้า จิบกาแฟอุ่นๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย รอชมพระอาทิตย์สาดแสงยามเช้า ท่ามกลางทะเลหมอกหนานุ่มที่ล่องลอยอยู่เบื้องหน้า
สาย รับประทานอาหารเช้า (7) หลังอาหารเก็บสัมภาระ เช็คเอ้าท์ออกเดินทางสู่ อ.เชียงคำ
10.00 น. เดินทางถึง อ.เชียงคำ นำท่านเที่ยวชม และไหว้พระขอพร ที่ วัดนันตาราม เป็นวัดที่อนุรักษ์วิหารศิลปะแบบไทยใหญ่
ตัววิหาร สร้างด้วยไม้สักทั้งหลักตกแต่งลวดลาย ฉลุไม้อย่างสวยงาม ตามส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น หน้าบัน หน้าต่าง ระเบียง เป็นต้น ทั้งลวดลายแกะสลัก หลังคาซ้อนชั้นมุงแป้นเกล็ดหรือกระเบื้องไม้ที่ลดหลั่นลงตัว ส่วนภายในวิหารก็ดูขรึมขลังเปี่ยมไป ด้วยพลังแห่งศรัทธา เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับองค์พระประธานที่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากไม้สักทองลงรักปิดทอง ทรงเครื่องแบบไทยใหญ่ ประดิษฐานบนฐานไม้ที่ฉลุลวดลายอย่างสวยงาม โดยข้าง องค์พระประธาน มีพระพุทธรูปหินขาว และพระพุทธปฏิมาประธาน ไม้สักทองที่ต่างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องแบบไทยใหญ่อย่าง สมส่วนสวยงามประดิษฐาน อยู่ มีเจดีย์แบบไทยใหญ่ มีพิพิธภัณฑ์ธนบัตรเก่า เครื่องใช้โบราณ ผ้าลายโบราณ และภาพวาดโบราณเกี่ยวกับการเทศน์มหาชาติแต่ละตอน สิ่งน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในวิหารก็คือ "ธรรมาสน์" สีทองเหลืองอร่ามฉลุลวดลายอ่อนช้อยสวยงาม ที่ทำจำลองมาจากราชบัลลังก์ ของพม่าตั้งโดดเด่นอยู่ ส่วนถ้าแหงนหน้ามองเพดานก็จะพบกับลวดลายประดับกระจกสีที่งดงามวิจิตร ซึ่งทั้งพระพุทธรูป และศิลปกรรมต่างๆ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ตัวเมืองพะเยา
เที่ยง เดินทางถึง ตัวเมืองพะเยา บริการอาหารกลางวัน (8) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารนำท่านเดินทางต่อไปยัง จ.แพร่
บ่าย เดินทางถึงจังหวัดแพร่ นำท่านไหว้พระขอพรที่ วัดจอมสวรรค์ สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2437 โดยชาวเงี้ยว ซึ่งมี
ถิ่นฐานอยู่ในพม่า และเดินทางมา ค้าขายที่เมืองแพร่ เมื่อเกิดเหตุการณ์เงี้ยวปล้นเมืองแพร่ วัดจึงถูกปล่อยให้ทรุดโทรม ต่อมาได้รับการบูรณะจากชาวไทยใหญ่ภายในวัดมีโบราณวัตถุที่มีคุณค่า หลายอย่างของเมืองแพร่และชาติไทยเป็นศิลปะอันล้ำค่าของพระพุทธ ศาสนา กรมศิลปากรได้เล็งเห็นความสำคัญของโบราณสถานและ โบราณวัตถุอันล้ำค่า จึงได้จดทะเบียนไว้ เป็นสมบัติของชาติ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2533 เพื่อจะได้อนุรักษ์ ไว้ให้ลูกหลานสืบไป นำคณะเดินทางไปนำท่านนมัสการ พระธาตุช่อแฮ ณ วัดพระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ และเป็นพระธาตุประจำปีขาล จากนั้นนำท่านเดินทางไปไหว้ พระธาตุสุโทนมงคลคีรี สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับ กรุงเทพฯ
เย็น บริการอาหารเย็น (9) ณ ร้านอาหาร หลังอาหารนำท่านเดินทางต่อ เดินทางถึง กรุงเทพฯ เวลาประมาณตี 2 โดยสวัสดิ
ภาพ พร้อมความประทับใจไม่รู้ลืม
************************************
**หมายเหตุ :โปรแกรมและราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทางบริษัทจะถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

Venue

N JOY SMILE